วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

หนองคาย พิธีขอฝนแบบโบราณสวดมนต์คาถาปลาค่อ (ปลาช่อน)

หนองคาย   สภาพปัญหาภัยแล้งลุกลามจากฝนทิ้งช่วงมายาวนาน  ทำให้ชาวบ้านขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคอย่างหนัก  ทนรอฝนตกตามฤดูกาลไม่ไหว  หวังพึ่งความเชื่อขอฝนแบบโบราณ ร่วมกันประกอบพิธีสวดมนต์คาถาปลาค่อ (ปลาช่อน)  เพื่อขอให้ฝนตกเพื่อบรรเทาภัยแล้ง   

ที่วัดสุจิณณาภิรมย์  ตำบลโคกคอน อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย   ชาวบ้านร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลโคกคอน    ร่วมกัน จัดพิธีสวดมนต์คาถาปลาค่อ หรือปลาช่อน  ภายในพิธีกรรมครั้งนี้  จะมีการการจัดสถานที่จำลองสร้างเป็นสระน้ำ  มีบัว จอก แหน และนำปลาช่อน  ปลาสลิด  ปู  และหอย หรือสัตว์น้ำที่หาได้ในท้องถิ่น ปล่อยลงในสระนำมาประกอบพิธี  นอกจากนั้นที่ข้างสระน้ำจำลองจะมี รูปปั้นวัว  ควาย  และเต่ายืนกินน้ำข้างสระ  ด้านบนจะทำเป็นที่วางเครื่องบวงสรวง ประกอบด้วย ดอกไม้ ธูปเทียน กระทงใบตองบรรจุคำหมากพลู  หิน ทราย ข้าวสาร และข้าวเปลือก   โดยมีพระสงฆ์   9 รูป ทำพิธีสวดมนต์คาถาปลาช่อน ซึ่งทำการสวด 3 วัน ติดต่อกัน   ชาวบ้านที่ร่วมพิธีส่วนใหญ่สวมเสื้อสีขาว เพื่อร่วมกันอธิษฐานของฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีฝนมาตกนานนับเดือน ซึ่งถือเป็นประเพณีโบราณที่เชื่อว่าเมื่อประกอบพิธีดังกล่าวแล้ว ฝนจะตกภายใน 3 วัน


นายขวัญ  สมเพชร  อายุ 73 ปี  ชาวบ้านบ้านโคกคอน กล่าวว่า  พิธีกรรม สวดคาถาปลาค่อหรือปลาช่อน เป็นประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสาน   ที่มีความเชื่อตามพุทธตำนาน ว่าในอดีตพระโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพญาปลาค่อ หรือปลาช่อน อาศัยอยู่ในสระ  และมีสัตว์น้ำหลากหลายชนิดกำลังแหวกว่ายในสระที่ไม่มีน้ำทุกข์ทรมาณ    พระโพธิสัตว์จึงผุดขึ้นจากโคลน พร้อมตั้งจิตอธิษฐานขอให้ฝนตก  
  ซึ่งฝนก็ตกตามที่หวัง  ทำให้บรรพบุรุษมีความเชื่อสืบทอดกันมาถึงปู่ย่าตายายของตน เมื่อแล้งจัดก็จะสวดคาถาปลาช่อนแล้ว ฝนก็จะตกทุกครั้ง   ซึ่งการสวดมนต์คาถาปลาช่อน ครั้งนี้  เนื่องจาก ชาวบ้านบ้านโคกคอนประสบปัญหาภัยแล้ง  ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักมากกว่าทุก ๆ ปี ที่ผ่านมา ทำให้เริ่มขาดแคลนน้ำบริโภคอุปโภค   ซึ่งปีที่ผ่านมาช่วงนี้จะมีฝนตกลงมาแล้ว   แต่ปีนี้ไม่มีฝนตกเลย  ทำให้รอคอยฝนตกไม่ไหว  จึงต้องหวังพึ่งความเชื่อพิธีขอฝนแบบโบราณ  นำพิธีสวดคาถาปลาช่อนของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมา มาหารือกับชาวบ้านและอบต.โคกคอน ประกอบพิธีสวดมนต์คาถาปลาช่อน  3 วันติดต่อกัน เมื่อทำพิธีเสร็จก็จะนำสัตว์น้ำทุกชนิดที่นำมาประกอบพิธีไปปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ  เพื่อหวังให้ฝนตกลงมาตามความเชื่อเพื่อ บรรเทาปัญหาภัยแล้งที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้  

หนองคาย เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ปิคอัพชนกัน 2คัน มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย

หนองคาย สองผัวเมีย ขับปิกอัพมาจากถนนชลประทานเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหลักสายหนองคาย โพนพิสัย ไม่ทันระวัง ถูกปิกอัพอีกคัน ที่วิ่งมาทางตัวเมืองมุ่งหน้าไปทางโพนพิสัย พุ่งชนด้านข้างคนขับอย่างจัง ทำให้ผัวเมียบาดเจ็บทั้งคู่  

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 58 พ.ต.ท.บำรุง  แนบชิดชัย  พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ปิคอัพ 2 คันชนกัน มีผู้บาดเจ็บ โดยเป็นรถ ยี่ห้ออีซูซุ สีเทา ทะเบียน บต9444 หนองคาย  ชนกับรถยนต์ปิคอัพ ยี่ห้อ โตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน บก 1284 หนองคาย  บนถนนสาย หนองคาย-โพนพิสัย บริเวณ ห้าแยกเนินพะเนาว์ เขตเทศบาลเมืองหนองคาย จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิสว่างคงคาธรรมสถาน (วีอาร์ กู้ภัยหนองคาย)  จำนวนหนึ่ง รุดไปยังที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบที่เกิดหตุ พบสภาพรถทั้ง 2 คัน จอดหน้ารถชนเข้ากับราวเหล็กกั้นทางโค้ง รถยนต์โตโยต้า ประตูด้านคนขับถูกชน ส่วนรถอีซูซุ ไฟด้านหน้าซ้ายพัง  ด้านหน้ารถทั้ง 2 คันชนเข้ากับราวเหล็กกั้นทางโค้ง ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บ  2 คน  วีอาร์ กู้ภัยหนองคายนำคนเจ็บ ส่ง รพ.หนองคาย

จากการสอบสวน ทราบว่า นายอนิรุทธ์   ตังคะวัชระ  อายุ 63 ปี เป็นคนขับรถยนต์ปิคอัพทะเบียน บก 1284 หนองคาย  โดยมีนางหมวย ภรรยานั่งมาด้วย ขับรถมาบนถนนชลประทานจากทางตลาดวัดธาตุ พอมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ได้เลี้ยวซ้ายโดยไม่ได้ทันระวังรถที่วิ่งมาจากทางตัวเมือง ทำให้ถูกรถยนต์อีซูซุ สีเทา ทะเบียน บต9444 หนองคาย  ที่มีนายธนพัฒน์  จิตนันทะกุล  อายุ  19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168 หมู่ 9 อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นคนขับชนเข้ากับประตูด้านคนขับอย่างจัง ทำให้ทั้ง 2 ได้รับบาดเจ็บ


จากสอบถาม นายธนพัฒน์ ฯ ตนขับรถยนต์อีซูซุ สีเทา ทะเบียน บต9444 หนองคาย มากัน2คน กลับจากทำธุระในตัวเมือง มุ่งหน้าจะกลับบ้านที่ ตชด. พอมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นรถยนต์โตโยต้าทะเบียน บก 1284 หนองคาย   วิ่งมาจากทางตลาดวัดธาตุ จะเลี้ยวออกมาตนจึงได้บีบแตรยาว แต่รถคันดังกล่าวก็ไม่ยอมหยุดยังคงขับออกมาที่เลนกลาง ทำให้ตนบังคับรถไม่ได้ จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติติเหตุดังกล่าว   ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติครั้งนี้ต่อไป

หนองคาย เชิญผู้ประกอบการ SMEs สมัครเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions)

              จังหวัดหนองคาย ขอเชิญผู้ประกอบการ SMEs  สมัครเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด   (SME Provincial Champions

          นายประสงค์  คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย   กล่าวว่า  รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้การส่งเสริม  SMEs  เป็นวาระแห่งชาติ  โดยโครงการสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions)  เป็นโครงการหนึ่งที่จะส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้มแข็งสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน   โดยความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. กับกระทรวงมหาดไทย  เพื่อมุ่งเน้นการรวมกลุ่มของอุตสาหกรรมทั้งในกลุ่มผู้ผลิต และบุคลากรทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสหกรรม ประสานความร่วมมือกันพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้ประกอบการ SMEs   ในระดับพื้นที่

          ดังนั้น เพื่อเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและเป็นการส่งเสริมศักยภาพของเครือข่าย SMEx ให้มีความเข้มแข็งเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับพื้นที่  จังหวัดหนองคาย โดยคณะทำงานพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการ SMEs   จึงขอเชิญผู้ประกอบการ SMEs  ในจังหวัดหนองคาย  สมัครเข้าร่วมโครงการสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด  (SME Provincial Champions)   จากนั้น จังหวัดหนองคาย โดยคณะทำงานฯ จะพิจารณาคัดเลือกเป็นต้นแบบในการพัฒนาศักยภาพของ SMEs  ที่มีศักยภาพให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจังหวัด  สนับสนุนธุรกิจต้นแบบให้สามารถถ่ายทอดการจัดการองค์ความรู้ธุรกิจสู่ SMEs ในภูมิภาค และสร้างระบบการบูรณาการส่งเสริม SMEs ทุกระดับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกับ
             สำหรับผู้ประกอบการ SMEs  ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด จะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่เพิ่มเริ่มดำเนินธุรกิจ (Start Up)  , กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่มีศักยภาพในการตลาด (Rising Stat)  และกลุ่มที่ 3 กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว (Turm Around)  
     ผู้ประกอบการ SMEs   ที่สนใจต้องการสมัครเข้าร่วมโครงการสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions)  สามารถสมัครได้ที่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดหนองคาย , สำนักงานคลังจังหวัดหนองคาย , หอการค้าจังหวัดหนองคาย ,ธนาคารเอสเอ็มอี , ธนาคารกรุงไทย จำกัด , สำนักงานพาณิชย์จังหวัด  หรือสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดหนองคาย หมายเลขโทรศัพท์ 042-411999 ต่อ 14  ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2558.


            


วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

นพค. 21 ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า ก.ก้าว ให้กลุ่มแม่บ้านได้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว แก้ปัญหาภัยแล้ง


          หนองคาย พลตรีเชิดชัย สุคนธสิงห์ รอง เสธ.นทพ. หัวหน้าชุดตรวจติดตามการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า  ส่งเสริมให้กลุ่มแม่บ้านได้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว แก้ปัญหาภัยแล้ง    



 ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า ก.เก้า  เลขที่ 27 หมู่ 16 บ้านโคกเจริญ  ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย   พลตรีเชิดชัย  สุคนธสิงห์  รองเสนาธิการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา  กองบัญชาการกองทัพไทย หัวหน้าชุดตรวจติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน ตามแผนงาน/โครงการ ประจำปีงบประมาณ 2558  พร้อมคณะ ได้ตรวจติดตามการดำเนินงานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า ก.ก้าว  แก้ปัญหาภัยแล้ง  โดยมีพันเอกธีระยุทธ   จินหิรัญ  ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่สอง-หนึ่ง (21) สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา  และนางบุญจันทร์ นพเก้า ประธานวิสาหกิจกลุ่มฯ  ให้การต้อนรับ พร้อมชี้แจงการดำเนินงานการสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า ก.เก้า ที่เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง  ที่ทาง นพค.21 ได้ให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ตัดเย็บเสื้อผ้า  เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกกลุ่มแม่บ้านที่ว่างงาน  ประสบปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำทำนาและทำการเกษตร ได้มีงานทำ และมีรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว เป็นการแก้ปัญหาภัยแล้ง


โดยช่วงนี้ทุก ๆ ปี กลุ่มแม่บ้านจะหยุดตัดเย็บเสื้อผ้า เพื่อทำนาข้าว  แต่ปีนี้สมาชิกกลุ่มแม่บ้านได้รับความเดือนร้อน   เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก ไม่มีน้ำสำหรับทำนาข้าว  จึงหันมาตัดเย็บเสื้อผ้า ที่ทาง นพค.21 ได้จัดหาลูกค้ามาให้  เพื่อจะได้มีรายได้เสริมสำหรับเลี้ยงครอบครัวในช่วงหน้าแล้ง   ซึ่งพลตรีเชิดชัย  สุคนธสิงห์ ได้ชี้แนะแนวทางการทำบรรจุภัณฑ์  เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้ดูน่าสนใจ  ซึ่งประธานกลุ่มฯได้มอบเสื้อสีม่วงฝีมือการตัดเย็บของกลุ่มฯ เป็นของที่ระลึกให้กับคณะด้วย  พร้อมขอบคุณที่ทางนพค.21 ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนฯ ทำให้สมาชิกกลุ่มได้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวช่วงหน้าแล้ง.







วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

หนองคาย ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

 
 
 หนองคาย   ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่แพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พอ.สว. ให้บริการประชาชนด้านการรักษาพยาบาล  การป้องกันโรค และส่งเสริมสุขภาพ  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี


                วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 ที่บ้านราษฎร์สามัคคี หมู่ที่ 7 ตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย นายพัฒนธรณ์ กีรติรัฐวัฒน์   นายอำเภอท่าบ่อ  ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี  โดยบูรณาการกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่แพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พอ.สว.   สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย  โรงพยาบาลหนองคาย โรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอท่าบ่อ  กาชาดอำเภอท่าบ่อ  และองค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาง  ร่วมกันจัดกิจกรรมออกหน่วยแพทย์บริการประชาชนในถิ่นทุรกันดาร 
 ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน  ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลในอำเภอและจังหวัด   อีกทั้ง เพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านการรักษาพยาบาลการตรวจรักษาโรคทั่วไป   การป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ และการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยมีการให้บริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่   หน่วยทันตกรรม   หน่วยสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค  หน่วยให้ความรู้และประชาสัมพันธ์  พร้อมมอบยาตำราหลวงแก่ผู้สูงอายุที่มารับบริการ   โดยมีประชาชนบ้านราษฎร์สามัคคี  และหมู่บ้านใกล้เคียงมารับบริการของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ครั้งนี้เป็นจำนวนมาก




                จังหวัดหนองคาย ได้รับพระราชทานเป็นจังหวัดแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชนนี เป็น 1 ใน 51 จังหวัดของประเทศ  ได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ให้บริการประชาชนเพื่อสนองพระราชปณิธานสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่พระองค์ทรงห่วงใยในสุขภาพอนามัย ความเป็นอยู่ ตลอดจนการศึกษา และการพัฒนาศักยภาพของประชาชนในพื้นที่ถิ่นทุรกันดารหรือเขตพื้นที่ชายแดน สำหรับบ้านราษฎร์สามัคคี มี 151 หลังคาเรือน มีประชากร 757 คน ระยะทางห่ายจากตัวอำเภอท่าบ่อ 23 กม. และห่างจากตัวจังหวัด 40 กม. ประชาชนส่วนใหญ่มีปัญหาด้านสุขภาพและเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ระบบทางเดินหายใจ โรคระบบกล้ามเนื้อ โรคระบบทางเดินอาหารและสาตุของการเสียชีวิตที่สำคัญคือ โรคมะเร็ง



วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคาย จัดโครงการสนามจราจรเยาวชน เสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย


สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคาย จัดโครงการสนามจราจรเยาวชน เสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย
หนองคาย   สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคาย  จัดโครงการ สนามจราจรเยาวชน เสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัยให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านโพธิ์ตาก

วันที่ 2  กรกฎาคม 2558  ที่โรงเรียนบ้านโพธิ์ตาก   อำเภอโพธิ์ตาก    จังหวัดหนองคาย   นายสมหวัง  ทองขาว ขนส่งจังหวัดหนองคาย  ได้จัดโครงการสนามจราจรเยาวชน เสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย   เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และวางรากฐานด้านจิตสำนึกความปลอดภัยให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาโรงเรียนบ้านโพธิ์ตาก   ซึ่งการดำเนินกิจกรรมโครงการครั้งนี้   กรมการขนส่งทางบก ได้เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2546   ด้วยการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน  หรือ กปถ.

สำหรับการจัดโครงการสนามจราจรเยาวชน เสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย   มุ่งเน้นให้นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร การใช้รถใช้ถนนอย่างถูกต้องและปลอดภัย   มีน้ำใจและวินัยในการใช้รถใช้ถนนร่วมกับผู้อื่น   เสริมทักษะการขับขี่รถจักรยานสองล้ออย่างถูกต้องปลอดภัย โดยจะให้ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ ของรถจักรยาน ความรู้เกี่ยวกับหมวกนิรภัยและการสวมที่ถูกต้อง การตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถจักรยานก่อนใช้งาน และเปิดโอกาสให้ฝึกขับขี่จักรยานสองล้อในสนามจราจรจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การขี่ซิกแซ็ก การขี่บนทางขรุขระ เป็นต้น ซึ่งการเสริมทักษะดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้ และทำให้เยาวชนมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องหมายจราจรทำให้สามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดำเนินงานเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืนต่อไป





วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

หนองคาย ขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 สร้างความปรองดองสมานฉันท์


หนองคาย ขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 สร้างความปรองดองสมานฉันท์
      พระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 วัดปทุมคงคา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5 ตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ที่จังหวัดหนองคาย   


       วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 ที่วัดศรีษะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย นายธงชัย พลพวก ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดหนองคาย จัดการประชุมติดตามผลการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์... โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5) โดยมีพระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 วัดปทุมคงคา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีนายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดย พระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อน ให้แก่เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะตำบล ที่จะต้องเป็นผู้นำขับเคลื่อนโครงการนี้ไปพร้อม ๆ กันเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการและจะทำให้เกิดความปรองดองให้กับคนในชาติในที่สุด


      สำหรับการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ทีหน่วยงานทั้งภาคราชการและเอกชนเข้าร่วมโครงการ เพื่อจะได้เป็นผู้นำ ทำให้ประชาชนเข้าใจในการทำความดี สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นโดยใช้ศีล 5 เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ภายในงานได้จัดให้มีการจัดนิทรรศการการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ของวัดต่าง ๆ จาก 9 อำเภอของจังหวัดหนองคาย ให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้เยี่ยมชมด้วย